ประวัติความเป็นมา

          เมืองพานพร้าวหรืออำเภอศรีเชียงใหม่ในปัจจุบัน เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน โดยมีเอกสารปรากฏชื่อเมืองพานพร้าวอยู่หลายแห่ง กล่าวคือ เมืองพานพร้าวในพงศาวดารลาว (มหาสีลา วีระวงศ์) บางแห่งเป็นธารพร้าว หรือพั่งพ่าว ซึ่งต่างก็หมายถึง เมืองพานพร้าว ที่เป็นชื่อเมืองโบราณ ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ลาว มาตั้งแต่ พ.ศ.๒๐๗๘ เป็นต้นมา

         เมืองพานพร้าว เป็นตำบลที่ตั้งอำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคายปัจจุบัน ซึ่งตั้งแต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของเมืองเวียงจันทน์ ซึ่งสร้างเมืองมาพร้อมๆกับการตั้งเมืองเวียงจันทน์ในสมัยทวารวดีตอนปลาย “พุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๖” “บริเวณนี้เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่อยู่สองฝั่งแม่น้ำโขง ลักษณะเป็นเมืองอกแตก และมีรูปร่างไม่สม่ำเสมอเป็นแบบเมืองทวารวดีทั่วไป ทางฝ่ายเวียงจันทน์มีร่องรอยของกำแพงดินและคูน้ำอยู่ในสภาพที่เห็นได้ชัดเจน แสดงถึงการขุดลอกและบูรณะในระยะหลังๆ นอกจากนั้นยังมีการขยายคันดินซึ่งอาจจะเป็นถนนหรือดินกั้นน้ำเป็นรูปสี่เหลี่ยมไปทางด้านเหนืออีกด้วย ส่วนทางศรีเชียงใหม่ คูเมืองและคันดินอยู่ในลักษณะที่ลบเลือน แสดงให้เห็นถึงหารปล่อยทิ้งร้างมานาน โบราณวัตถุ และโบราณสถานที่พบในเขตเมืองโบราณทั้งสองฟากนี้ มีตั้งแต่สมัยทวารวดีลงมาจนถึงล้านช้างและอยุธยา” (ศรีศักร วัลลิโภดม)

       เมืองพานพร้าวในสมัยปฏิรูปการปกครอง เป็นหัวเมืองในมณฑลลาวพวน ในพ.ศ.๒๔๓๖ ภายหลังขึ้นกับเมืองหนองคาย ต่อมาแบ่งเขตการปกครองป็นอำเภอ จังหวัด เมืองพานพร้าวเป็นที่ตั้งของอำเภอท่าบ่อ ครั้นอำเภอท่าบ่อย้ายมาตั้งอยู่ที่บ้านท่าบ่อ (อำเภอท่าบ่อ ปัจจุบัน) จึงตั้งตำบลพานพร้าว เป็นอำเภอศรีเชียงใหม่ สถานที่ราชการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่บ้านศรีเชียงใหม่จึงได้ชื่อว่า “อำเอศรีเชียงใหม่” พ.ศ. ๒๕๐๐ ถือว่าเป็นอำเภอที่ใกล้ชิดกับเมืองเวียงจันทน์มากที่สุดมาตั้งแต่อดีตจนมาถึงปัจจุบัน